กรุงลอนดอนเข้าสู่การเป็น “พื้นที่เฝ้าระวัง” โควิด-19

กรุงลอนดอนเข้าสู่รายชื่อ “พื้นที่เฝ้าระวัง” ของกระทรวงสาธารณสุขสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับการตอบสนองต่อโรคโควิด-19 ที่อัตราการติดเชื้อทั่วประเทศยังอยู่ในระดับสูง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรรายงานเมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เกี่ยวกับสถิติรายวันของโรคโควิด-19 ยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่ 6,874 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. และเพิ่มขึ้น 240 คน จากสถิติของเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 41,936 คน เพิ่มขึ้น 34 คน เป็น ปัจจุบันสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในทวีปยุโรป

ด้านนายแมตต์ แฮนค็อก รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ประกาศว่าเมืองลีดส์ แบล็กพูล วีแกน และสตอกพอร์ต เข้าสู่มาตรการทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. นี้ เป็นต้นไป นอกเหนือจากมาตรการควบคุมเวลาทำการของร้านอาหารและบาร์ ตลอดจนสถานที่เพื่อความบันเทิงอื่น ซึ่งมีผลบังคับใช้ระดับเดียวกันทั่วประเทศ คือต้องปิดก่อนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละวัน

ขณะที่ทางการเวลส์ประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์ ให้ครอบคลุมเมืองคาร์ดิฟฟ์ซึ่งเป็นเมืองเอก และเมืองสวอนซีซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. นี้เป็นต้นไป โดยรัฐบาลท้องถิ่นของเวลส์จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ทุก 2 สัปดาห์
  
ในเวลาเดียวกัน ที่ประชุมสภาเขตแห่งลอนดอนมีมติให้เมืองหลวงของสหราชอาณาจักรเข้าสู่รายชื่อ “พื้นที่เฝ้าระวัง” ด้านสาธารณสุข ตามการจัดระดับโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน โดยนายซาดิค ข่าน นายกรัฐมนตรีกรุงลอนดอน กล่าวว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่เพิ่มความตระหนักถึงอันตรายของโรคโควิด-19 และปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งยืนยันการยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองด้วย

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…