การเตรียมความพร้อมก่อนการดูดไขมัน

การเตรียมความพร้อมก่อนการดูดไขมัน ก่อนจะทำการดูดไขมัน ต้องมีการปรึกษาพูดคุยกับศัลยแพทย์ถึงความคาดหวังและเป้าหมายของการศัลยกรรมดูดไขมัน มีการตรวจสอบประวัติและตรวจสอบทางการแพทย์ต่าง ๆ และบอกกับศัลยแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา การใช้ยารักษาโรค อาหารเสริม หรือมีการใช้สมุนไพรชนิดใดหรือไม่

ศัลยแพทย์ของจะแนะนำให้หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ก่อนการเข้ารับการดูดไขมันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังป่วย อาจเป็นข้อห้ามในการดูดไขมัน

ข้อห้ามในการดูดไขมัน

การดูดไขมันเป็นหนึ่งในกระบวนการผ่าตัดที่มาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งผู้เข้ารับการดูดไขมันต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี โดยที่อย่างน้อยต้องมีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีผิวหนังที่เด้งกระชับ ไม่สูบบุหรี่ นอกจากนั้น แพทย์จะไม่แนะนำให้ดูดไขมัน หากมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การไหลเวียนโลหิต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน

การดูดไขมันนั้นมีผลถาวรสำหรับไขมันที่ดูดออกไปแล้ว อย่างไรก็ตามก็สามารถมีไขมันเพิ่มมาได้ใหม่ หรือมีน้ำหนักเพิ่มได้อีก หากไม่ดูแลการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกายที่ดี หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องควบคุมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมต่อไป หลังจากขั้นตอนการดูดไขมันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์อาจให้สวมใส่ชุดบีบกระชับสัดส่วนเป็นเวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อช่วยในการควบคุมอาการบวมที่เกิดขึ้น และอาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นในบางราย

ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน

หลังจากการดูดไขมันเสร็จสิ้นเรียบร้อยจะเกิดสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่น

มีการบวมและช้ำ ซึ่งอาจเป็นนานถึง 6 เดือน
มีอาการชา ซึ่งจะหายไปเองภายใน 6-8 สัปดาห์
อาจมีรอยแผลเป็น
เกิดการอักเสบในบริเวณที่รับการรักษา
มีการสะสมของของเหลว เป็นถุงใต้ผิวหนัง
ในบางรายอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ผิดพลาด ดังต่อไปนี้

หลังจากการดูดไขมันแล้วเป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ
การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในพื้นที่ที่ได้รับการรักษา
ห้อเลือด
เกิดอาการชาเป็นระยะเวลาหลายเดือน
อาจสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในระหว่างขั้นตอนการดูดไขมัน เช่น เข็มหรือท่อแทงทะลุลำไส้
ภาวะไขมันหรือลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
ปอดบวมน้ำ หัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
นอกจากนั้น ขั้นตอนการรักษาอาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น มีเลือดออกมาก เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ เกิดการติดเชื้อ หรือมีอาการแพ้ยาชา

ระยะเวลาในการพักฟื้น

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันจะสามารถกลับมาทำงานได้ภายในไม่กี่วัน และสามารถกลับมาทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

RELATED POST

ผลโหวตแฟนลิเวอร์พูลอยากได้ใครเสริมทัพรายต่อไป

ลิเวอร์พูล เพิ่งได้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ปราการหลังชาวฝรั่งเศส เสริมทัพเพียงรายเดียวเท่านั้นในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังดึงมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวราว 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,584 ล้านบาท) เชื่อว่า "หงส์แดง" ยังมีโอกาสดึงแข้งใหม่มาร่วมทีมอีกเพียงแต่ต้องขายนักเตะที่ไม่ได้ใช้ออกไปก่อน และเว็บไซต์ สปอร์ติ้ง…

ชากิรี่ยัน!หวังลาลิเวอร์พูลซบสโมสดังเซเรียอา

เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกร่างตัน ลิเวอร์พูล คอนเฟิร์มชัด ต้องการย้ายกลับไปโชว์เพลงแข้งในเวที เซเรีย อา พร้อมระบุครั้งนี้ "หงส์แดง" ไม่ขวางทาง เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกเลือดสวิสของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ตนได้แจ้งเจตจำนงเรื่องย้ายทีมกับต้นสังกัดเป็นที่เรียบร้อย…

“วาราน” บอกลา “ราชันชุดขาว” สุดซึ้ง

ราฟาแอล วาราน เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฝรั่งเศส กล่าวคำอำลา รีล มาดริด ต้นสังกัดในศึกลา ลีกา สเปน แบบสุดซึ้ง หลังเตรียมปิดฉากช่วงเวลา 10 ปีในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว และย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าที่ต้นสังกัดใหม่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ…

ฝนดาวตกดวงใหญ่ส่องสว่างวาบเหนือนอร์เวย์ เปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวัน

ดาวตกขนาดใหญ่ผิดปกติลูกหนึ่งส่องสว่างจ้า เปลี่ยนท้องฟ้ายามมืดมิดบริเวณทางใต้ของแถบสแกนดิเนเวียคล้ายกับตอนกลางวัน ในช่วงเช้ามืดก่อนเศษของมันบางส่วนจะดิ่งลงสู่โลกใกล้กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ "ดาวตกส่องสว่างบนท้องฟ้าช่วงสั้นๆ ราวกับตอนกลางวันแสกๆ ตอนเวลาประมาณ 0.100 น." สเตนาร์ มิดท์สโคเจน โฆษกของเครือข่ายดาวตกแห่งนอร์เวย์เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นผ่านทางอีเมล "ราว 1 นาทีต่อมาหรือนานกว่านั้น ได้ยินเสียงดังกึกก้องทั่วพื้นที่บริเวณกว้าง บางทีอาจครอบคลุมรัศมีสูงสุด 100 กิโลเมตร จากจุดที่พบเห็นดาวตกอยู่เหนือศีรษะตรงๆ"…