ข้อตกลงหยุดยิง “อาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน” สั่นคลอนตั้งแต่ต้น

รัสเซียกำชับอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามร่วมกัน หลังทั้งสองฝ่ายต่างสาดโคลนกันและกันว่าละเมิดสัญญา เพียงไม่กี่นานหลังข้อตกลงมีผล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ว่ากองทัพอาร์เมเนียและกองทัพอาเซอร์ไบจานออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อวันเสาร์ และมีเนื้อหาแบบเดียวกัน คือการกล่าวหาอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ในเขตนากอร์โน-คาราบัค พื้นที่ซึ่งพลเมืองส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย แต่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) รับรองให้เป็นของอาเซอร์ไบจาน ทั้งที่เพิ่งลงนามร่วมกับรัสเซียเพียงวันเดียวก่อนหน้านั้น
 
อนึ่ง แหล่งข่าวทางทหารของอาเซอร์ไบจานกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่าข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับรัฐบาลมอสโกเป็นเพียง “การพักรบ” เพื่อแลกเปลี่ยนเชลยศึกและการส่งมอบศพเท่านั้น “ยังไม่ถือเป็นการหยุดยิงโดยหลักการ” และรัฐบาลบากูไม่มีทางเป็นฝ่ายถอย จนกว่าจะสามารถกลับมาใช้อำนาจปกครองเขตนากอร์โน-คาราบัค ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวหาอาร์เมเนียเป็นฝ่ายโจมตีทางทหารในเขตชุมชนก่อน
 
ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอาร์เมเนียกล่าวหากองทัพอาเซอร์ไบจานยิงปืนใหญ่ โจมตีพื้นที่อาศัยของชาวอาร์เมเนีย ในบริเวณรอบนอกของเขตนากอร์โน-คาราบัค และยืนยันว่าทหารอาร์เมเนีย “พยายามอย่างสุดความสามารถ” ในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และรัฐบาลพร้อมดำเนินการตามช่องทางการทูตเพื่อให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวร แต่อาเซอร์ไบจานกลับอาศัยช่วงเวลาของการเจรจาที่กรุงมอสโก เตรียมการทางทหารเพื่อยกระดับปฏิบัติการในเขตนากอร์โน-คาราบัค
 
ทั้งนี้ กำหนดการหยุดยิงมีผลตั้งแต่เวลาเที่ยงตรง ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าลาฟรอฟโทรศัพท์สายตรงถึงนายเจห์ยุน เบย์รามอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศอาเซอร์ไบจาน และนายโซห์ราบ เอ็มนาตสคาเนียน รมว.กระทรวงการต่างประเทศอาร์เมเนีย กำชับทั้งสองฝ่าย “ปฏิบัติตามข้อตกลง”

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…