ผู้นำฝ่ายค้านเบลารุสหนีออกนอกประเทศ หลังถูกจับฐานค้านผลเลือกตั้ง

หัวหน้าฝ่ายค้านคนสำคัญของเบลารุส ตัดสินใจหนีออกนอกประเทศแล้ว โดยให้เหตุผลว่าทำเพื่อลูกๆ หลังเธอออกมาค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี จนโดนจับกุม

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายลีนัส ลิงเควิเซียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งเบลารุส เปิดเผยในวันอังคารที่ 11 ส.ค. 2563 ว่า นางสเวตลานา ติคานอฟสกายา หัวหน้าฝ่ายค้านเบลารุส เดินทางออกจากประเทศไปแล้ว และตอนนี้ปลอดภัยอยู่ในประเทศลิทัวเนีย หลังเธอหายตัวไปตั้งแต่วันจันทร์ จนเกิดข่าวลือไปต่างๆ นานา

นายลิงเควิเซียสเผยอีกว่า นางติคานอฟสกายาได้รับวีซ่า 1 ปีกลับบ้านในลิทัวเนีย การออกจากประเทศดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เธอเดินทางไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านผลเลือกตั้ง แต่เธอกลับถูกควบคุมตัว และต้องอยู่ที่นั่นนานหลายชั่วโมง

ด้านนางติคานอฟสกายา วัย 37 ปี โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ยืนยันว่าเธอเดินทางออกไปจากประเทศ โดยกล่าวว่า เธอตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ถูกใครกดดัน แม้จะมีคนประณามหรือเกลียดเธอก็ตาม เพราะตอนนี้แม้แต่ชีวิตเดียวก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และลูกๆ คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา อนึ่ง นางติคานอฟสกายาส่งลูกๆ ของเธอไปอยู่ลิทัวเนียตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งจะเริ่มขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ เบลารุสจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยผลการเลือกตั้งชี้ว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ซึ่งปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2537 ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย โดยได้คะแนนเสียงกว่า 80% ขณะที่นางติคานอฟสกายา ได้คะแนนไปประมาณ 7% เท่านั้น ทำให้เกิดข้อครหามากมายเรื่องการฉ้อโกงการเลือกตั้ง

ผลการนับคะแนนที่ออกมาทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงในคืนวันอาทิตย์กับวันจนทร์ และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ท่ามกลางรายงานว่าตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

ในวันเดียวกันนี้ สื่อของรัฐบาลเบลารุสเผยแพร่คลิปวิดีโออีกคลิปหนึ่งซึ่งเชื่อว่าถ่ายขณะที่นางติคานอฟสกายาถูกควบคุมตัวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นภาพเธอก้มศีรษะอ่านสคริปต์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเธอปฏิบัติตามกฎหมาย “ฉันไม่อยากเห็นเลือดกับความรุนแรง ฉันขอร้องให้พวกเขาอย่าเผชิญหน้ากับตำรวจ หรือออกไปยังจัตุรัสกลางเมือง เพื่อที่ชีวิตของพวกคุณจะไม่ตกอยู่ในอันตราย โปรดดูแลตัวเองและบุคคลอันเป็นที่รักของคุณ”

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…