วิธีการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และการแก้ไขเบื้องต้น

วิธีการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และการแก้ไขเบื้องต้น หากพูดถึงงานระบบในบ้าน คงมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคิดว่าเป็นงานที่ยุ่งยาก น่ากลัว แต่ยังไงเราก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี เพราะบ้านทุกหลังล้วนต้องมีงานระบบเข้ามาเกี่ยวข้อง

ถึงแม้งานเหล่านี้จะมีช่างมืออาชีพทำอยู่แล้ว แต่เราในฐานะเจ้าของบ้านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับด้านงานระบบไว้บ้าง ก็คงจะมีประโยชน์ไม่น้อย เผื่อว่าเจอปัญหาอะไรเล็กๆน้อยๆก็พอแก้ไขเองได้บ้าง บ้านและสวนขอแนะนำวิธีการตรวจสอบและการแก้ไขเบื้องต้นในเรื่อง ระบบไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นงานระบบที่สำคัญอย่างหนึ่งภายในบ้าน

ระบบไฟฟ้า

1 เริ่มด้วยการทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้าก่อน โดยปิดสวิตช์ไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ออกให้หมด จากนั้นให้ดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่าเฟืองเหล็กยังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว ให้ลองตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องตัดไฟรั่ว ว่ายังทำงานดีอยู่หรือเปล่า ด้วยการกดปุ่มทดสอบ (ควรหมั่นกดปุ่มทดสอบนี้เป็นประจำทุกเดือน) ถ้ายังใช้ได้ดี สวิตช์หรือคันโยกจะตกลงมาทันที เพื่อตัดกระแสไฟฟ้า แต่ถ้าเครื่องตัดไฟรั่วไม่ทำงาน ก็ต้องเรียกช่างมาแก้ไข

2 ตรวจสอบที่เมนสวิตช์ว่ามีมดหรือแมลงเข้าไปทำรังในตู้หรือเปล่า คัตเอ๊าต์หรือเบรกเกอร์ยังสามารถใช้ปลดวงจรไฟฟ้าได้หรือไม่ หากมีอุปกรณ์เสียหายก็ควร เปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย

3 ตรวจสอบสายไฟฟ้าดูว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายบ้าง โดยเฉพาะสายไฟที่ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานอาจเปื่อยกรอบ เนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน หรือถูกพวกหนูและแมลงสาบกัดแทะจนสายขาดได้ (ในกรณีที่ไม่ได้หุ้มสายไว้ด้วยท่อร้อยสายไฟ) ถ้าพบก็ต้องเปลี่ยนใหม่เช่นกัน

4 จากนั้นก็มาตรวจสอบปลั๊กไฟดูว่าหลวม มีรอยไหม้ หรือรอยแตกร้าวหรือไม่ ถ้าเต้ารับหลวมก็ขันสกรูให้แน่นดังเดิม แต่ถ้ามีการแตกร้าวก็ให้เปลี่ยนใหม่ และควรทดสอบเต้ารับทุกจุดว่ามีไฟหรือเปล่า โดยการใช้ไขควงวัดไฟหรือจะใช้หลอดทดสอบวัดดูก็ได้ ถ้าหลอดไฟ สว่างขึ้นแสดงว่าเต้ารับยังใช้งานได้

5 สุดท้ายให้ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มักมีการจับต้องขณะใช้งาน อาทิ เครื่องซักผ้าโดยดูว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ ด้วยการใช้ไขควง วัดไฟแตะลงที่ตัวเครื่อง ถ้าหลอดติดแสดงว่ามีไฟรั่วเกิดขึ้น ให้แก้ไขปัญหาโดยการใช้สายไฟยึดกับส่วนที่เป็นโลหะของตัวเครื่อง จากนั้นนำไปยึด กับตะปูซึ่งตอกติดอยู่กับพื้น เพื่อนำกระแสไฟที่รั่วให้ไหลลงสู่ดินได้โดยสะดวก ช่วยให้ผู้ใช้ไม่เกิดอันตราย

การหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้อยู่เสมอ จะช่วยให้เราใช้งานด้วยความมั่นใจ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของเรามากขึ้น

RELATED POST

เชลซีมีลุ้น!ซูเล่อไม่ปิดโอกาสอำลาบาเยิร์น

นิคลาส ซูเล่อ เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์ของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ตนเปิดกว้างให้กับทุกทางเลือกเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของตัวเอง ถึงแม้ ซูเล่อ เป็นหนึ่งในผู้เล่นแกนหลักของ บาเยิร์น ยุคกุนซือ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ แต่ปัจจุบันเจ้าตัวเหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า…

บิ๊กทีมฝันสลาย ดอร์ทมุนด์ เตรียมมอบสัญญาราคาแพงรั้งตัว “ฮาแลนด์”

โดยอย่างที่เข้าใจว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ เป็นที่หมายปองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่ว่าจะเป็น เชลซี, เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ลิเวอร์พูล และอีกหลายๆ ทีมที่ต้องการตัวในช่วงปีหน้า เนื่องจากค่าฉีกสัญญาจะลดลงมาเหลือเพียง 67 ล้านปอนด์ (หรือราวๆ 3…

“ลินิเกอร์” ยก “เมสซี-มาราโดนา” คือ 2 แข้งที่อยู่ในระดับเหนือกว่า “โรนัลโด”

แกรี ลินิเกอร์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ออกมาเผยว่า ลิโอเนล เมสซี และ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งของโลกผู้ล่วงลับ คือชื่อ 2 แข้งที่ตัวเขามองว่าอยู่ในระดับเหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จาก…

แฉแข้ง “แมนยูฯ” ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกัน “โควิด-19”

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ตกเป็นข่าวว่า มีผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมที่ยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน "โควิด-19" แต่อย่างใด นั่นทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีอิทธิพลมากที่สุดสโมสรหนึ่งในอังกฤษ เป็นที่เข้าใจกันว่า ฤดูกาลนี้ทางรัฐบาลของอังกฤษได้มีการผ่อนปรนให้แฟนบอลสามารถเข้าชมเกมในสนามได้อีกครั้ง แต่ต้องแสดงหลักฐานการเข้ารับการฉีดวัคซีนจึงจะสามารถเข้าไปเชียร์ทีมรักได้ แต่กระนั้นกลับไม่มีกฎข้อบังคับนี้กับนักเตะที่ฉีดวัคซีนยังไม่ครบ หรือบางรายยังไม่ได้ฉีดวัคซีน…