อาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจานยังรักษาหยุดยิงกันไม่ได้

อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานพยายามหยุดยิงร่วมกันครั้งใหม่ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดในเขตพิพาทบนเทือกเขาคอเคซัส แต่มีผลได้ “ไม่กี่นาที”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่ารัฐบาลอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจานเจรจาบรรลุข้อตกลงกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ “การหยุดยิงตามหลักมนุษยธรรม” ในเขตนากอร์โน-คาราบัค พื้นที่พิพาทซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส เพื่อเปิดโอกาสให้มีการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิต และการแลกเปลี่ยนเชลยศึก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอาร์เมเนียรายงานว่า หลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่นาที อาเซอร์ไบจานเป็นฝ่ายละเมิดก่อน โดยยิงปืนใหญ่และจรวดโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเขตนากอร์โน-คาราบัค ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอาเซอร์ไบจานกล่าวหากองทัพอาร์เมเนียระดมยิงจรวดโจมตีตามแนวรบด่านหน้าในเขตนากอร์โน-คาราบัค
   
ทั้งนี้ ความพยายามครั้งล่าสุดของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นหลังหมู่บ้านหลายแห่งในเมืองกันจา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของอาเซอร์ไบจาน และอยู่ใกล้กับเขตนากอร์โน-คาราบัค และเมืองมินเกซีเวียร์ที่อยู่ใกล้กับเมืองกันจายังได้รับความเสียหาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน และได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 40 คน โดยอาเซอร์ไบจานกล่าวหาอาร์เมเนียอยู่เบื้องหลัง แต่อาร์เมเนียปฏิเสธ และกล่าวหาอาเซอร์ไบจานยิงปืนใหญ่โจมตีเมืองสเตพานาแกร์ต ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตนากอร์โน-คาราบัค และพลเมืองในพื้นที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย
 
อนึ่ง การสู้รบระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ที่เขตนากอร์โน-คาราบัคในครั้งนี้ ปะทุตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 600 คน ถือว่ารุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สงครามระหว่างปี  2534-2537 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 30,000 คน แม้ยุติด้วยข้อตกลงบิชเคก ที่รัสเซียร่วมลงนามในฐานะตัวแทนโอเอสซีอีและกลุ่มมินสก์ แต่อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานยังคงกล่าวหากันเอง ว่าละเมิดข้อตกลงมาตลอด แม้ทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่ร่วมกับรัสเซีย เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา “แต่แทบไม่มีผล”

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…