แคนาดา “จะยืนหยัด” ปกป้องสิทธิมนุษยชนในจีน

นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวว่า รัฐบาลออตตาวา “จะไม่หวั่นเกรง” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาลปักกิ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวัยที่ 16 ต.ค. ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าแคนาดาเป็นประเทศที่มีจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน รวมถึงสถานการณ์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นผลจาก “นโยบายกดขี่และบีบบังคับ” ของรัฐบาลปักกิ่ง
 
อย่างไรก็ตาม ทรูโดทิ้งท้ายว่า แคนาดาไม่ประสงค์ให้สถานการณ์ “ลุกลามบานปลาย” แต่ปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานของสื่อทุกแห่งในแคนาดา ที่ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกัน ว่ารัฐบาลออตตาวามอบสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองให้กับสามีภรรยาคู่หนึ่งจากฮ่องกง
 
ท่าทีดังกล่าวของผู้นำแคนาดาเกิดขึ้นหลังนายชง เป่ยอู๋ เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงออตตาวา กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าผู้ประท้วงในฮ่องกง “เป็นอาชญากร” หากแคนาดามอบสถานะผู้ลี้ภัยและสถานที่พักพิงให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น เท่ากับเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐบาลปักกิ่งอย่างโจ่งแจ้ง

นอกจากนี้ หากรัฐบาลออตตาวา “จริงใจและจริงจัง” กับเสถียรภาพด้านความมั่นคงและความรุ่งเรืองของฮ่องกง ตลอดจน “ความปลอดภัย” ของผู้ถือหนังสือเดินทางแคนาดา 300,000 คนในฮ่องกง และบริษัทขนาดใหญ่ของแคนาดาอีกหลายสิบแห่งซึ่งมีสำนักงานอยู่ในฮ่องกงด้วย แคนาดาควรร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะผู้บริหารฮ่องกง เพื่อต่อต้านอาชญากรรมและความรุนแรง
 
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่น.ส.เมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชี ( ซีเอฟโอ ) ของหัวเว่ย และยังเป็นบุตรสาวคนโตของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท ถูกจับกุมอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2561 และกำลังต่อสู้กับคำร้องของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งต้องการตัวเธอในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ให้ไปขึ้นศาลที่สหรัฐในข้อหาละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน จีนจับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน และดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการบ่อนทำลายความมั่นคง
 
ต่อจากนั้น แคนาดาประกาศเมื่อต้นเดือนก.ค. ระงับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง และระงับการส่งออก “สินค้าอ่อนไหวทางทหาร” ให้แก่ฮ่องกง เพื่อตอบโต้ที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมาด้วย

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…