โมเดอร์นาเผยวัคซีนต้านไวรัสได้ผลถึง 94.5%

นับเป็นครั้งที่สองแล้วในรอบเดือนพ.ย.นี้สำหรับข่าววัคซีนต้านไวรัสโควิด-19เมื่อบริษัทยาในสหรัฐ“โมเดอร์นา”ออกมาแถลงผลการทดลองวัคซีนว่าได้ผลสูงถึง 94.5% สร้างความหวังขึ้นมาอีกระดับหนึ่งถึงการยับยั้งการแพร่ระบาดไปทั่วโลกและในสหรัฐอเมริกาเอง

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่า บริษัทยา “โมเดอร์นา” ของสหรัฐแถลงว่า จากข้อมูลเบื้องต้นในการทดลองวิจัยวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทพบว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 94.5% ซึ่งหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ก็ได้ออกมาแถลงในทำนองเดียวกันว่าวัคซีนของบริษัทที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองวิจัยให้ผลสูงเช่นกันในการยับยั้งการติดเชื้อได้ ข่าวจากบริษัทยาทั้งสองบริษัทไปในทิศทางเดียวกันว่ากำลังหาทางขออนุมัติใช้งานฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกา

ดร.สตีเฟ่น ฮอจ ประธานบริษัทโมเดอร์นา กล่าวว่า ยินดีกับเหตุการณ์สำคัญในครั้งนี้ ซึ่งผลการทดลองที่ออกมาคล้ายกันจากสองบริษัท ยิ่งช่วยยืนยันประสิทธิภาพได้อย่างดีที่สุด เพิ่มความหวังให้เห็นอย่างแท้จริงว่า วัคซีนจะช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ได้ เพื่อที่เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติอีกครั้ง แต่ไม่ใช่โมเดอร์นาเพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ต้องมีวัคซีนอีกหลายตัวถึงจะเพียงพอกับความต้องการของทั่วโลก

วัคซีนยังไม่สามารถผลิตออกมาได้ในขณะนี้ เพราะไวรัสทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกไปแล้ว 54 ล้านราย เสียชีวิต 1.3 ล้านคน เฉพาะในสหรัฐอเมริกาติด เชื้อไปแล้ว 11 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 245,000 คน

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายแพทย์เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า วัคซีนอย่างเดียวไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ทั่วโลก แต่จะช่วยสนับสนุนเครื่องมืออื่นๆด้วย แต่ไม่ใช่นำมาใช้แทนเครื่องมือหรือกลไกอื่นๆ นอกจากนั้นการใช้วัคซีนก็จะต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด หมายความว่า บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงวัย และผู้มีความเสี่ยงสูงอื่นๆ จะต้องได้รับวัคซีนก่อน และหวังว่าจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตและยกระดับระบบสาธารณสุขในการรับมือ

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…