10 อาหารดีท็อก ล้างพิษร้าย ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสุขภาพดี

บริการด้านอาหาร: 10 อาหารดีท็อก ล้างพิษร้าย ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสุขภาพดี ในยุคที่รอบตัวเราเต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ จากสภาพแวดล้อม มีสารพิษมากมายเข้ามาโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นควันเสียจากรถยนต์ ความเครียดจากการทำงาน รวมถึงการกินของเราเอง ทำให้วิถีชีวิตของเราเต็มไปด้วยมลพิษ วันนี้เราขอแนะนำวิธีการดีท็อกที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของเราให้กลับมามีสุขภาพดีและแข็งแรงมากขึ้นด้วย “อาหาร 10 อย่าง”

ดีท็อกคืออะไร? ทำไมต้องดีท็อก?

แน่นอนว่า สารพิษเหล่านี้เมื่อเข้ามาอยู่ในร่างกายเราแล้ว ก็จะตกค้างอยู่ภายในร่างกายเราและสะสมไปเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเหนื่อยล้า อ่อนเพลียได้ง่าย จนอาจก่อให้เกิดโรค และผลเสียต่างๆ แก่สุขภาพร่างกายเราได้เลยล่ะ เพราะฉะนั้น เราควรได้รับการดีท็อก หรือล้างสารพิษออกเสียบ้าง วันนี้เราขอแนะนำอาหาร 10 อย่างที่หาได้ง่าย มาช่วยดีท็อกพิษร้ายในร่างกายของเราออกไป เพื่อให้เรากลับมามีสุขภาพดีกันอีกครั้ง มาดูกันเลย!

1. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่มีส่วนช่วยดีท็อกสารพิษออกจากร่างกาย เต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่จะมาทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาโวนอยด์และเทอพีนอยด์ ที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่เซลล์จะได้รับ และช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีในตับ แอปเปิ้ลจึงเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คุณขาดไม่ได้เลยในการลดความอ้วนหรือการดีท็อกล้างพิษก็ตาม

2. กล้วย

กล้วยมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรงแก่กระเพาะอาหาร ช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดี

3. ส้มโอ

ส้มโอมีสารเพกติน ซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่ง ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด นอกจากนี้ เพกตินยังช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักทำอันตรายต่อร่างกายได้ และที่สำคัญคือ ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับอ่อนได้อีกด้วย

4. แครอท

แครอทอุดมไปด้วยสารอัลฟา และเบตาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมในการช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ การช่วยปกป้องระบบทางเดินประสาท สายตา และผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แครอทช่วยลดการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย

5. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวเป็นอาหารอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้เลย เพราะผักใบเขียวจำพวกบล็อคโคลี่ คะน้า กะหล่ำ ผักโขม และแพงพวยนั้นเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร ที่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย และในผักใบเขียวยังอุดมไปด้วยเหล็ก เบต้าแคโรทีนและแคลเซียมอีกด้วย นอกจากนี้สารอาหารในผักใบเขียวนั้นมี Sulphorophanes ซึ่งมีผลในการกระตุ้นการล้างพิษ และการรับประทานผักใบเขียวแบบดิบๆ จะสามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียสารอาหารที่สำคัญในช่วงที่นำไปต้มหรือปรุงอาหารนั่นเอง

6. พืชตระกูลถั่ว

พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง เป็นต้น ซึ่งถั่วเหล่านี้สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอล และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย ซึ่งพืชตระกูลถั่วนี้จะประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ที่ค่อนข้างสูง จึงช่วยดีท็อกลำไส้ได้ดี และลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย

7. ขมิ้น

ขมิ้นมีสารที่ชื่อว่า เซอร์คิวมิน ที่ช่วยกระตุ้นการล้างพิษของตับให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละวันนั้นร่างกายเราได้รับสารพิษต่างๆ มากมายจากสภาพแวดล้อม และตัวที่คอยจัดการกับสารพิษเหล่านั้นก็คือตับนั่นเอง การที่ขมิ้นเข้าไปช่วยในส่วนนี้ จะทำให้สารพิษในร่างกายนั้นจะถูกชะล้างออกไปได้มากขึ้นเช่นกัน

8. กระเทียม

กระเทียมนั้นเรียกได้ว่าเป็นอาหารที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้เยอะมาก เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และยังป้องกันโรคอื่นๆ ได้อีกมากมาย นอกจากนี้กระเทียมยังสามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากสารที่เรียกว่า อลิซิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งกระเทียมก็ถือเป็นหนึ่งในอาหารลดน้ำหนักยอดนิยมเช่นกัน

9. ข้าวกล้อง

หลายๆ คน น่าจะพอรู้มาบ้างว่า การกินข้าวกล้องนั้นดีกว่าการกินข้าวขาวหรือข้าวสวย นั่นก็เพราะว่ากระบวนการผลิตข้าวขาวจากข้าวกล้องนั้นทำลายวิตามินบี3 ไปถึง 67% วิตามินบี6 90% แมงกานีส 50% ทำลายไฟเบอร์ และกรดไขมันออกไปทั้งหมด ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่จะช่วยล้างพิษให้กับร่างกายของเรานั่นเอง ซึ่งถ้าหากเราเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวสวยมาเป็นข้าวกล้องล่ะก็ รับรองว่าสารพิษในร่างกายนั้นจะถูกดีท็อกออกไปอย่างแน่นอน

10. น้ำเปล่า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าน้ำเปล่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยล้างพิษให้กับเราได้อย่างดีเยี่ยม คงไม่มีอะไรที่ง่ายไปกว่าการล้างพิษที่หาง่าย และถูกไปกว่าน้ำเปล่าอีกแล้ว เพียงแค่เราดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ก็จะทำให้เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายได้รับความชุ่มชื่น และยังทำให้สมองปรอดโปร่งอีกด้วย

RELATED POST

พ่อมะกัน ห่วงอนาคตลูกดาวน์ซินโดรม 2 คน ลงทุนซื้อรถให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง

นายโจเอล วีเกเนอร์ คุณพ่อชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐ เป็นห่วงถึงอนาคตการทำงานของลูก 2 คนที่มีอาการดาวน์ซินโดรม เพราะอายุใกล้ถึงวัยทำงานแล้วทั้งคู่ จึงใช้เงินของตัวเองซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อให้ขายไอศกรีมหาเลี้ยงตัวเอง ร้านขายไอศกรีมเคลื่อนที่ร้านนี้ มีชื่อว่าสเปเชียล นีต ทรีตส์ ซึ่งคนที่ตั้งชื่อให้ก็คือนางเฟรดา ภรรยาของนายโจเอล และแม่ของนางสาวแมรี เคท วัย 21 ปี และนายจอช…

น้ำมันฟื้นหนึ่งวันหลังร่วงหนัก หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง-ทองคำปิดบวก

ราคาน้ำมันฟื้นตัว รอบ 2 เดือน ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและมุมมองแง่ดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ทองคำก็ขยับขึ้นเช่นกัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง…

โควิดส่อคืนชีพในสหรัฐฯ ไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ ก่อความกังวลแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยา ด้วยชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงไม่ฉีดวัคซีน ท่ามกลางการแพร่ระบาดตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เวลานี้สหรัฐฯมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 23,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ย 7 วันราวๆ 11,300 คนของเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิเคราะห์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ การฟื้นคืนของผู้ติดเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…